The English Game

now browsing by tag

 
 

“The English Game” ชวนดูแหล่งกำเนิดของเกมบอล

ในตอนเก็บตัวเก็บเนื้อเก็บตัวอยู่อย่างบ้านอย่างงี้ผมมั่นใจว่าแฟนบอลอาจจะรู้สึกเหงาหงอยๆกันใช่ไหมขอรับ ไม่มีแมตช์ลงเตะให้ลุ้นกันเช่นเคย วันนี้เลยเอาซีรีย์ใหม่เรื่อง “The English Game” ที่ถ่ายทอดทาง Netflix มาฝากนะครับ คงจะเพียงพอทำให้คอบอลคลายนึกถึงเกมลูกหนังหรือแม้กระทั้งผู้ที่ถูกใจมองซีรีย์หายหงอยเหงาได้

The English Game

The English Game” เป็นซีรีย์ที่เพิ่งจะปลดปล่อยให้ดูออนไลน์เมื่อช่วงเวลากลางเดือนมีนาก่อนหน้านี้มีความยาว 6 ตอนสุดท้าย (สำหรับฤดูกาลแรก) ครับผม ประดิษฐ์โดย จูเลียน เฟลโลวส์ ผู้ที่ทำซีรีย์ “Downton Abbey” ในสมัยก่อนนั่นแหละนะครับ แม้ย้อนไปไกลหน่อยก็จำต้องกล่าวว่า เฟลโลวส์ มึงเป็นนักเขียนบทสายคอนเซอร์เวทีฟมือแม่นคนหนึ่งเช่นกัน เคยครอบครองรางวัลบทภาพยนตร์ดีที่สุดบนเวทีอะคาเดมี อะวอร์ดส์ (ออสการ์นั่นแหละนะครับ) จากเรื่อง “Gosford Park” ของผู้กำกับ โรเบิร์ต อัลท์แมน ในปี 2002 มาแล้ว

“The English Game” เป็นซีรีย์แนวดรามาพีเรียดที่เอ๋ยถึงแหล่งกำเนิดของเกมบอลยุคใหม่นั่นเองขอรับ เรื่องเริ่มเล่าตั้งแต่ปี คริสต์ศักราช 1879 หรือ 141 ปีที่ผ่านมาที่ยังไม่มีเกมบอลในแบบอย่างที่พวกเราเคยชิน ไม่มีอีกทั้งระบบลีก ไม่มีทั้งยังการค้าขายนักฟุตบอล บอลในช่วงเวลานั้นเป็นเพียงแต่เกมกีฬาของกรุ๊ปหนุ่มน้อยคนชั้นสูงในอังกฤษ เป็นพวกมีฐานะดี มีการเรียน มีเทือกเถาเหล่ากอ มารวมตัวกันร่างข้อตกลงอย่างเป็นการเป็นงานให้กับการละเล่นที่เรียกว่า “บอล” (ซึ่งเตะกันมาได้ครู่หนึ่งหนึ่ง) แล้วหลังจากนั้นก็ตั้งเป็นสโมสรที่เรียกว่า “The Football Association” หรือ FA. เอาง่ายๆก็คือ รวมตัวกันเป็นสโมสร เขียนข้อตกลงคุ้นเคย เล่นคุ้นเคย ครอบครองแชมป์คุ้นเคย อะไรทำนองนั่นแหละขอรับ

ต่อนี้ไปเพียงพอบอลรายการที่จัดคุ้นเคยอย่าง “FA. Cup” นั้นแพร่หลายออกไป คนจำนวนมากเริ่มสนใจเยอะขึ้นเรื่อยๆ กีฬาบอลเริ่มมิได้จำกัดอยู่เพียงแค่ในมหาชนชั้นสูงหรือที่เรียกกันว่าเป็นกีฬาของ “สุภาพบุรุษ” อีกต่อไป คนรากต้นหญ้า ชนชั้นแรงงานหรือ “Working Class” เริ่มรับกีฬานี้เข้ามาในชีวิตประจำวัน กีฬาบอลเริ่มขยายตัวออกไปอีกทั้งทางมิติสังคม แล้วก็มิติทางพื้นที่ที่เมืองทางด้านเหนือของอังกฤษซึ่งเป็นเมืองที่มีการทำอุตสาหกรรมมากมายเป็นจำนวนมากไล่ไปถึงสกอตแลนด์ซึ่งอยู่ใต้ข้อบังคับของอังกฤษเริ่มเตะบอลกันมากขึ้นเรื่อยๆ

โน่นทำให้หลายทีมหลายชุมชนเริ่มลงทุนกับเกมบอลมากยิ่งขึ้น ดาร์วิน เอฟซี ซึ่งเป็นกลุ่มของเมืองที่มีการทำอุตสาหกรรมมากมายเป็นจำนวนมากทอผ้าทางด้านเหนือก็เลยไปจัดแจงคว้าตัว เฟอร์กัส ซูคุณร์ (เควิน กัทธปรี่) รวมทั้ง จิมมี่ เลิฟ (เจมส์ ฮาร์คเนสส์) มาจากสมาพันธ์ พาทริค ในสก็อตแลนด์อย่างลับๆด้วยเหตุว่าในขณะนั้น FA. ห้ามไม่ให้มีการจำหน่ายนักฟุตบอลหรือมีนักเตะอาชีพมาเสริมกองทัพ โน่นเป็นการปฏิบัติที่ “ท้า” FA. จนถึง FA. เองก็เริ่มตื่นตระหนกว่าตัวเองกำลังจะสูญเสีย “เกมอันเด่น” อย่างบอลของพวกเขาไปให้กับคนจำนวนมากของประเทศ แม้กระนั้นผู้เช่านายธนาคารอย่าง อาร์เธอร์ คินเนด (เอ็ดเวิร์ด ฮอลคคอยฟต์) กัปตันกลุ่ม โอลด์ อิตาเนียนส์ (ซึ่งหมายถึงกลุ่มของตัว FA. เองนั่นแหละ) กลับไม่คิดแบบงั้น ความนึกคิดของเขาเบาๆเปลี่ยนไปครั้งละบางส่วน ผ่านเหตุสำคัญในชีวิตส่วนตัวแล้วก็ผ่านการได้ฟาดหน้าแข้งกับ เฟอร์กัส ซูคุณร์ สองครั้งสองครั้ง ทั้งยังในเกมที่ โอลด์ อีตาเนียนส์ ปะทะกับ ดาร์วิน เอฟซี และก็ กางล็คเบิร์น โอลิมปิก (กางล็คเบิร์น โรเวอร์ส ในขณะนี้) ในนัดหมายชิงเอฟเอคัพ ปี 1883 ซึ่ง กางล็คเบิร์น ชนะไป แล้วก็สร้างการปรากฏเป็นกลุ่มจากชนชั้นแรงงานกลุ่มแรกที่คว้าถ้วยที่โบราณที่สุดในโลกอย่าง เอฟเอ คัพ

การต่อสู้เพื่อมีการแปลงผ่าน รวมทั้งการยินยอมรับว่าเกมบอลได้เปลี่ยนไปแล้ว มันไม่ใช่ “เกมของเรา” ของ คินเนด ถือว่าเป็นก้าวสำคัญมากนะครับ เพราะเหตุว่ามันจะเปลี่ยนรูปแบบเปลี่ยนแปลงโมเดลบอลไปนิรันดร รวมทั้งว่ากันว่า เฟอร์กัส ซูคุณร์ นี่แหละเป็นนักฟุตบอลอาชีพคนแรกของโลก ที่มีส่วนสำคัญทำให้แวดวงบอลกระเพื่อมไหวไปทั้งโลก

The English Game” จบฤดูกาลแรกด้วยการแย้มให้มองเห็นถึงความเคลื่อนไหวอีกหลายชนิดที่คงจะเกิดขึ้นตามมาในอนาคต ซึ่งผมก็ไม่แน่ใจว่ามันจะมีฤดูกาลสองไหม ด้วยเหตุว่าจะว่าไปมันก็สิ้นเรื่องราวในตัวของมันเองอยู่

ตัวซีรีย์เองก็มิได้หวือหวามากสักเท่าไรนักขอรับ ออกจะเรียบเรื่อยมาเรียงๆอยู่พอควร แม้กระนั้นก็ค่อยปั้นๆค่อยใบเสร็จรับเงินต์อารมณ์ผู้ชมให้พีคไปกับเกมเอฟเอคัพนัดหมายชิง ซึ่งเป็นไฮไลต์ของซีรีย์ได้อย่างดียิ่ง ดูแล้วก็เอาใจช่วย ซูคุณร์ เชียร์ กางล็คเบิร์นฯ ขึ้นมา เวลาเดียวกันก็สรรเสริญในความเป็นสุภาพบุรุษที่จริงจริงของ คินเนด ไปด้วย

เสนอแนะให้มองกันครับผม เพื่อทำความเข้าใจว่าโลกบอลมันจะปรับปรุงมาไม่ถึงจุดที่เป็นอย่างเวลานี้ ถ้าเกิดวันนั้นคนอย่าง อาร์เธอร์ คินเนด และก็ เฟอร์กัส ซูคุณร์ มิได้ต่อสู้ในสิ่งที่พวกเขาเชื่อถือ โน่นเป็นเกมที่ชอบธรรมสำหรับทุกคน ทุกชนชั้น